
ชื่อสมุนไพร ว่านหางจระเข้
ชื่ออื่นๆ/ชื่อเรียกท้องถิ่น ว่านหางจระเข้ (ภาคกลาง), ว่านหางจระเข้, ว่านแข้, หว่านตะแข่, หว่านตะเข้ (ภาคเหนือ), หว่านเข้ (ภาคใต้), ประเตียล, กระปือ (ภาคเขมร), ช่าเจ๊ายังแป๊ (ภาษาพม่า), หว่านไฟไหม้, หว่านชาละวัล (ไทยใหญ่)
ชื่อสามัญ Aloe vera
ชื่อวิทยาศาสตร์ Aloe vera Linn.
จัดอยู่ในวงค์ Asphodelaceae
ถิ่นกำเนินว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้นั้นมีถิ่นกำเนิดแถวบริเวณตอนใต้ของทวีปแอฟริกา ว่านหางจระเข้นั้นมีสายพันธุ์ที่มากกว่า 300 ชนิด ซึ่งมีทั้งพันธุ์ขนาดเล็กกว่า 10 ซม. ไปจนถึงขนาดใหญ่ ว่านห่างจระเข้ เป็นพืชชนิดเดียวกับพลับพลึง หัวหอม ว่านหางจระเข้ยังเป็นพืชที่มีอายุนานหลายปี และสามารถปลูกเป็นไม้ประดับ หรือ พืชเศรษฐกิจก็ได้
นอกจากนี้ว่านห่างจระเข้ ยังสามารถนำมาแปรูปแบบต่างๆ ได้อีก เช่น
1.อาหาร ก็นำว่านหางจระเข้มาทำพล่าวุ้นว่านหางจระเข้
2.อาหารหวานนำมาทำว่านหางจระเข้ลอยแก้ว วุ้นว่านหางจระเข้น้ำกะทิ
3.เครื่องดื่มนำมาทำน้ำว่านหางจระเข้สมูทตี้ น้ำว่านหางจระเข้
4.อาหารเสริมว่านหางจระเข้ เป็นต้น และจัดเป็น สมุนไพรชนิดหนึ่งที่นํามาใช้เป็นยารักษาโรคได้ในทุกวันนี้
รูปแบบขนาดและวิธีการใช้
- การเลือกใช้ใบจากต้นว่านหางจระเข้ จะต้องมีอายุประมาณ 1 ขึ้นไป และใช้ใบข้างล่างสุดที่มีรูปล่างอ้วน อวบ เปล่ง อันเป็นใช้ได้
- จากการวิจัยวุ้นของว่านห่างจระเข้ ไม่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่ปลอกเปลือกโดยใช้เทคนิคปลอดเชื้อ Aseptic technique เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อ
- ก่อนที่จะนำยางของว่านหางจระเข้ มาใช้ในการรักษาแผลก็ควรจะล้างก่อน เพื่อป้องกันน้ำยางจากเปลือกมีสารแอนทราควิโนนที่ติดอยู่ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการคัน หรือ แพ้ได้
- เมื่อตัดต้นว่านหางจระเข้มาแล้วควรที่จะใช้โดยทันทีภายใน 6 ชั่วโมง เพราะจะมีคุณค่าทางยาที่ดี และจะได้คุณภาพที่สูงสุด
ลักษณะทั่วไปของว่านหางจระเข้
- ลำต้น ว่านหางจระเข้จัดเป็นกลุ่มของไม้ล้มลุก มีลำต้นประมาณ 0.5-1 เมตร และมีข้อปล้องสั้นๆสีเขียวนวล มีรูปร่างทรงกลม เปลือกมียางสีเหลือง และขอบใบมีหนาม
- ใบ ว่านหางจระเข้ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และออกเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงเวียนรอบ ต้นเรียงสลับซ้อนกัน ใบมีความกว้าง 5-12 เซนติเมตร และมียาว 30-80 เซนติเมตร ใบมีลักษณะอูม และอวบน้ำข้างในเป็นวุ้นใสสีเขียวอ่อน และมีเมือกลื่น
- ดอก ดอกว่านหางจระเข้แทงออกเป็นช่อ บริเวณกลางต้นดอกจะมีสีแดงอมเหลืองเป็นหลอดๆ ตัวของดอกมี 6 กลีบ ความยาวของดอกประมาณ 2-3 เซนติเมตร กว้าง 0.5-1 เซนติเมตร ส่วนของก้านจะมีความยาวยาวประมาณ 40-90 เซนติเมตร ด้านในมีเกสรตัวผู้ 6 อัน ด้านล่างสุดเป็นรังไข่ ว่านห่างจระเข้ จะออกดอกในช่วงฤดูหนาวของปี และออกดอกมากที่สุดแถวบริเวณภาคเหนือของประเทศไทย

การขยายพันธุ์ว่านหางจระเข้
การขายพันธุ์ของว่านห่างจระเข้ สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วย 3 วิธีหลักๆ ได้แก่
1.การเพราะเลี้ยงเนื้อเยื่อของว่านหางจระเข้ เหมาะสำหรับการปลูกเชิงพาณิชย์ และการปลูกขนาดใหญ่
2.การปลูกด้วยการแยกหน่อ หน่อที่สามารถแยกมาปลูกต้องมีขนาดสูง 10-15 เซนติเมตร เหมาะสำหรับการปลูกในแปลงขนาดใหญ่ และปลูกในครัวเรือน การไว้หน่อเพื่อการทำพันธุ์ ไม่ควรเกิน 2 หน่อต่อต้น
3.การปักชำ วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมนำมาใช้กัน เพราะต้องตัดยอดหรือโคลนต้นทำให้ได้รับคาวมเสียหายฉีดขาดหรือแตกของก้านใบ จึงเป็นวิธีที่ไม่ค่อยนิยมกันมากนัก
ว่านหางจระเข้จะสามารถเติบโตได้ดีในฤดูหนาว การปลูกควรเป็นดินปนทราย เพราะจะระบายน้ำได้ดี เพราะต้นว่านหางจระเข้ไม่ชอบน้ำมาก และน้ำขัง ขุดหลุมลึกประมาณ 10-20 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยคอก หรือ ใบไม้แห้งลงไปในก้นหลุม แล้วกลบดินให้เสมอโค่นต้น ระยะปลูกควรห่างกัน 50x70 เซนติเมตร ช่วงเดือนแรกควรให้น้ำทุกวัน หลังจากต้นติดดินแล้วควรให้น้าลดน้อยลง ไม่ควรใช้ยาฆ่าหญ้า หรือ ใช้ สารเคมีโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้ต้นโตช้า และตายได้ง่าย หลังจาก 6-8 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้ ควรเก็บจากใบล่างไปหาใบบน และให้สังเกตใบจะไม่มีลาย ใบอวบ น้ำเต็ม ก็เป็นอันสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ควรเก็บ 2-6 ใบ ต่อต้น/ครั้ง ว่านห่างจระเข้ สามารถเก็บเกี่ยวได้ปีละ 8 ครั้ง
